Monday, September 19, 2005

ผู้ใหญ่ในรัฐบาลกำลังคิดอะไรกันอยู่

วันนี้หลังจากกลับบ้านมาก็นั่งอ่านข่าวคราวเมืองไทยตามหนังสือพิมพ์ไทยออนไลน์ ก็ไปสะดุดกับข่าวการประชุมคณะรัฐมนตรีที่ พล.อ รรมรักษ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา รมว. กลาโหม เสนอต่อคณะรัฐมนตรีพิจารณาผันงบประมาณเพื่อใช้จัดหาเครื่องบินสำหรับกองทับบกสองลำ มูลค่า 1,000 พันล้านบ้าน เพื่อให้ผู้บังคับบัญชาและบุคคลสำคัญของรัฐบาลใช้ในงานราชการ กับความคิดที่จะผันงบประมาณกว่าเเสนล้านใน 9 ปีงบประมาณในการดับไฟใต้

อ่านข่าวไปแล้วผมถึงเริ่มเข้าใจถึงทฤษฏีต่างๆตอนที่ผมเรียนบริหารรัฐกิจในการบริหารจัดการเงินงบประมาณ โดยส่วนตัวผมแล้วผมค่อนข้างสนับสนุนให้ทำการศึกษาถึงผลได้ผลเสียของการลงทุนในโครงการต่างๆก่อน ว่ามีผลประโยชน์โดยสุทธิมากเพียงใด (Cost and Benefit Analysis) แล้วถึงจะตัดสินใจดำเนินนโยบายนั้นๆ หรือก่อนที่จะพูดนำเสนอความคิดเห็นในคณะรัฐมาตรี ผมก็คิดว่าผู้หลักผู้ใหญ่ที่เข้ามาทำงานให้กับภาคเอกชนควรมีเหตุผลสนับสนุนความคิดนโยบายนอกเหนือไปจากเหตุผลดาดๆที่ว่า ซื้อมาเพื่อให้บุคคลสำคัญใช้ในงานราชการ เงินเป็นพันล้านนะครับไม่ใช่สิบยี่สิบบาท คนเป็นถึงรัฐมนตรีเป็นหัวหน้ากระทรวงคิดกันอย่างนี้ คงไม่เเปลกเท่าไหร่นักที่จะมีผู้เล็กผู้น้อย ออกมาสนับสนุน เพราะถ้าได้เม็ดเงินงบประมาณก้อนนี้มาได้ ก็หมายความว่ากระทรวงกลาโหมก็จะมีงานเพิ่มเติมขึ้นมา ไม่ว่าไหนจะขอเงินมาทำการวิจัยผลได้ผลเสียก่อน ถ้าเกิดคณะรัฐบาลปันงบประมาณมาจริงๆ ก็จะมีเหตุผลสารพัดเเบบในการของบประมาณเเบบต่อเนี่อง ไหนจะค่าบำรุงรักษา ค่าอบรมช่างเทคนิกและนักบิน เหล่าท่านๆเคยคิดกันมั๊ยว่าเงินจำนวนนี้ถ้านำไปลงทุนในโครงการอื่นๆ เช่นการพัฒนาการศึกษาเด็กขั้นพื้นฐาน ลงทุนสร้างห้องสมุดชุมชนตามเเหล่งหัวเมืองต่างๆ ปรับปรุงสาธารณูปโภค และอื่นๆอีกที่คงกล่าวไม่หมด

เห็นการทำงานเเบบเดิมๆมาตั้งเเต่ผมเริ่มสนใจเรื่องการเมือง หน่วยงานของรัฐเเต่ละหน่วยพยายามเเย่งสรรปันผลจากเงินงบประมาณประจำปี โดยเสนอโครงการเเบบหว่านเเห ส่งชงเรื่องเข้าไปในครม.ให้เยอะๆ เผื่อจะมีบางโครงการเข้าตากรรมการ โดยขอให้ได้เงินมาเพื่อให้องค์กรอยู่รอด แต่ประชาชนเป็นไงไม่รู้ การดำเนินการขอเงินงบประมาณเเบบนี้ไม่เป็นการอยากนักถ้าเรามองว่าหน่วยงานของรัฐก็เหมือนกับหน่วยงานภาคเอกชน ไม่มีเงินองค์กรก็อยู่ไม่ได้ ดังนั้นการที่จะทำให้องค์กรอยู่ได้ก็ต้องของบประมาณให้ได้มากกว่าเดิม (Incrementalism)ซึ่งขนบธรรมเนียมนี้เหมือนจะได้ยั่งรากฝังลึกเข้าไปแล้วในวงการราชการไทย

จึงไม่เเปลกนักที่เราเห็นไอเดียเเปลกๆอย่างเช่นจะเอาสนามบินดอนเมืองไปทำเป็นสนามเทนนิส

2 Comments:

At 10:13 PM, Blogger Thai Friend Forum said...

As with other mega-projects, the benefits accrue to the concentrated few, and the costs are spread among the larger population (taxpayers). Isn't that the point to being in power?

 
At 6:43 PM, Blogger นายแพทตี้และหมูอ้วนสุดที่รัก said...

ชอบว่ะช้าง อ่านแล้วได้ความคิด สนุกดี

 

Post a Comment

<< Home